16 กุมภาพันธ์ 2562 เตรียมทำฝนเทียม แก้ปัญหาฝุ่นละออง PM2.5 ภาคเหนือ

ที่มา: https://news.mthai.com/general-news/708982.html

แม่ทัพภาคที่ 3 หารือร่วมกับผู้ว่าราชการ จ.เชียงใหม่ และ หัวหน้าส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง ที่กองบัญชาการควบคุมสถานการณ์หมอกควันภาคเหนือ กองทัพภาคที่ 3 ส่วนหน้า ณ สนาม ฮ. ภายใน มทบ. 33 จังหวัดเชียงใหม่ เพื่อกำชับเกี่ยวกับมาตรการแก้ไขปัญหาหมอกควันและไฟป่า ทั้งนี้แผนปฏิบัติการ หรือ Action Plan ที่มุ่งเน้นการปฎิบัติการเชิงรุกต่อพื้นที่ไฟป่าที่เป็นแหล่งกำเนิดมลพิษหมอกควัน แม้ขณะนี้สภาพอากาศของจังหวัดเชียงใหม่จะดีขึ้น จุดความร้อน หรือ ฮอตสปอตจะน้อย แต่ก็ได้รับผลกระทบจากจังหวัดข้างเคียง จึงได้มีการกำหนดมาตรการห้ามเผาทั้ง 17 จังหวัด เพื่อบูรณาการและแก้ไขปัญหาร่วมกันส่วนแผนปฏิบัติการวันนี้ จะส่งกำลังพลและอากาศยานเข้าไปดับไฟป่าในพื้นที่ดอยพระบาท อำเภอเมืองลำปาง จังหวัดลำปาง นอกจากนี้กองทัพอากาศจะส่งเฮลิคอปเตอร์ MI 17 ช่วยโปรยน้ำในพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่ ต้องยอมรับว่า เราเป็นประเทศเกษตรกรรม ภาคเหนือมีภูมิประเทศเป็นภูเขาสูง และเมืองเป็นแอ่งกระทะ ขณะที่บนภูเขาสูงหลายแห่งยังมีการเพาะปลูกอยู่ แต่ปัจจุบันเศรษฐกิจเติบโต และเมืองขยายตัวจึงทำให้สภาพปัญหารุนแรงขึ้น แต่อีกไม่นานก็จะผ่านไป โดยกองทัพได้เข้ากระชับการทำงาน ประสานงาน และประชาสัมพันธ์ให้พี่น้องประชาชนรับรู้และแก้ไขปัญหาร่วมกัน  จังหวัดได้ประกาศเขตห้ามเผาทั้งจังหวัดตั้งแต่วันที่ 13 กุมภาพันธ์ ที่ผ่านมา จากเดิมกำหนดไว้ 1 มีนาคม – 30 เมษายน เพื่อบูรณาการการแก้ไขปัญหาในทุกพื้นที่ โดยเฉพาะการควบคุมหมอกควันจากด้านใต้ที่จะพัดเข้ามาในตัวเมือง ขณะเดียวกันก็จะใช้มาตรการทางกฎหมายอย่างเข้มข้นกับผู้ที่ลงมือเผาด้วย ผู้อำนวยการศูนย์ปฎิบัติการฝนหลวงภาคเหนือ กล่าวว่า กรมฝนหลวงและการบินเกษตรสนับสนุนการแก้ปัญหามาตั้งแต่พื้นที่ในกรุงเทพฯ ส่วนภาคเหนือก็พร้อมให้การสนับสนุนเช่นกัน หากมีโอกาสก็พร้อมจะทำฝนหลวงเพื่อช่วยชะล้างมลพิษหมอกควัน โดยเฉพาะจังหวัดเชียงใหม่ ลำพูน ลำปาง แพร่ ซึ่งสถานการณ์ค่อนข้างรุนแรงมีผลกระทบมาก จึงจะเน้นในจุดวิกฤตหากสภาพอากาศเอื้ออำนวยฝนหลวงก็จะขึ้นปฎิบัติการทันที อย่างไรก็ตาม สถานการณ์มลพิษหมอกควันวันนี้ (16 ก.พ. 62) สถานีตรวจวัดคุณภาพอากาศ บริเวณศูนย์ราชการ จังหวัดเชียงใหม่ วัดค่า PM2.5 ได้ 53 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร ส่วนที่สถานีตรวจวัดคุณภาพอากาศ บริเวณสี่แยกกลางเวียง อำเภอเมืองเชียงใหม่ พีเอ็ม 2.5 อยู่ที่ 48 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร และ บริเวณตำบลสุเทพ อำเภอเมืองเชียงใหม่ อยู่ที่ 48 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร โดยทุกจุดอยู่ในเกณฑ์คุณภาพอากาศปานกลางจนเริ่มมีผลกระทบกับสุขภาพ